กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ราชกิจจาฯ ประกาศห้ามนำเข้า "รถยนต์ใช้แล้ว" เจอฝ่าฝืนให้กรมศุลฯทำลายได้

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์สั่งห้ามนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ หากพบฝ่าฝืนทำลายทิ้งได้เลย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรพ.ศ. 2562 โดยใจความระบุว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุมการนำรถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ประกาศนี้เรียกว่า“ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2562”
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สำหรับ “รถยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ไม่รวมถึง
(๑) รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดสอบคุณภาพหรือเพื่อการจัดส่งไปยังแหล่งจำหน่าย โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของตราสินค้า

(๒) รถยนต์ที่ได้จดทะเบียนใช้งานครั้งแรกในต่างประเทศก่อนบรรทุกลงในยานพาหนะจากเมืองต้นทางไม่เกินหกสิบวัน โดยได้ชำระภาษีอากรต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลังตามที่กำหนดสำหรับรถยนต์ใหม่

ประกาศฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การนำรถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน(ยกเว้นรถที่ได้รับอนุญาต(ตามข้อ5) ให้กรมศุลกากรทำลายรถยนต์ดังกล่าวเสีย

ที่มา www.sanook.com
2
General Talk / 4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ มิถุนายน 09, 2019, 06:29:59 AM »
4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

 ช่วงนี้หลายคนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด คงต้องเผชิญสภาวะปัญหาน้ำท่วมขังบนท้องถนน ทำให้ขับรถสัญจรไปมาได้อย่างลำบาก แถมยังเสี่ยงทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์ที่เรารักได้ด้วย

     การขับรถลุยน้ำท่วมนั้น ใช่ว่าจะขับเหมือนกับช่วงที่น้ำแห้งปกติได้ เพราะการขับผ่านน้ำท่วมขัง อาจส่งผลเริ่มตั้งแต่ป้ายทะเบียนหลุดหาย ไปจนถึงเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนภายนอกตัวรถและห้องเครื่อง และรุนแรงที่สุดอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ในพริบตาเดียว

     ดังนั้น จึงขอแนะนำ 4 สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจเมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม มีอะไรบ้าง?

1.เลือกช่องทางเดินรถที่มีน้ำท่วมขังต่ำที่สุด

     หากสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังได้ ก็แนะนำให้เลี่ยงไปเส้นทางอื่นจะดีกว่า แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้เลือกช่องจราจรที่มีน้ำท่วมขังในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการลดโอกาสที่จะทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถและเครื่องยนต์ หากรถหยุดนิ่งเนื่องจากสภาพจราจรติดขัด ให้ทำใจเย็นๆเข้าไว้ ไม่ต้องเปลี่ยนไปยังเลนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่า ตราบใดที่เครื่องยนต์ยังคงทำงานอยู่ น้ำจะไม่มีโอกาสเข้าทางท่อไอเสียเครื่องยนต์อย่างแน่นอน

2.ใช้ความเร็วต่ำที่สุดขณะลุยน้ำ

     การขับรถลุยน้ำให้ใช้ความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการใช้ความเร็วสูงเกินไป จะทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลหลั่งเข้ามาในห้องเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้ท่วมถึงระดับหม้อกรองอากาศ และถูกดูดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ จนเป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์น็อคเนื่องจากก้านสูบคดหรือหักได้

3.ห้ามเร่งเครื่องยนต์

     หลายคนเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำท่วมต้องเร่งเครื่องยนต์ให้รอบขึ้นสูงเพื่อป้องกันรถดับ แต่ความคิดนี้ผิดมหันต์! เพราะการเร่งเครื่องยนต์ขึ้นสูงนอกจากจะไม่มีประโยชน์ใดๆแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์มีแรงดูดอากาศเข้าไปยังห้องเผาไหม้มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่น้ำจะถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์มากขึ้นด้วย

4.ปิดแอร์ทันทีเมื่อระดับน้ำขึ้นสูง

     ขณะขับรถลุยน้ำ หากพบว่าระดับน้ำเริ่มขึ้นสูง ให้รีบปิดแอร์ในทันทีเพื่อตัดการทำงานของพัดลมแอร์ เนื่องจากใบพัดอาจหมุนกระแทกเข้ากับน้ำด้วยความรุนแรงจนเป็นสาเหตุให้แตกหรือหักได้ ให้สังเกตว่าหากระดับน้ำเริ่มแตะใต้ท้องรถเมื่อไหร่ ให้รีบปิดแอร์ในทันที แต่หากเริ่มปิดตั้งแต่เริ่มลุยน้ำได้ก็จะดีมาก

     เหล่านี้เป็นเทคนิคง่ายๆ ในการลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถและเครื่องยนต์ หากคราวหน้าคุณจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ก็อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ด้วยนะ

ที่มา www.sanook.com
3
Exterior & Accessories / Re: ขายเปลือกตา ชุดบล็อคเซฟตี้ กรองอากาศGruppe M, K&N ตรงรุ่น New beetle
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ มิถุนายน 04, 2019, 06:25:31 AM »
กรองอากาศ K&N ตรงรุ่น New beetle
4
Exterior & Accessories / Re: ขายเปลือกตา ชุดบล็อคเซฟตี้ กรองอากาศGruppe M ตรงรุ่น New beetle
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ มิถุนายน 04, 2019, 06:24:19 AM »
กรองอากาศ Gruppe M ตรงรุ่น New beetle
5
General Talk / "ผ่อนรถไม่ไหว" มีทางออกแบบไม่เสียเครดิต-ไม่ถูกยึดรถ!
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ พฤษภาคม 26, 2019, 06:46:55 AM »
"ผ่อนรถไม่ไหว" มีทางออกแบบไม่เสียเครดิต-ไม่ถูกยึดรถ!

   หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงิน แถมยังมีหนี้รถยนต์ที่ต้องจ่ายทุกเดือน หากรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะผ่อนไม่ไหว บริษัทไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะมีทางออกให้ นั่นคือ "การปรับปรุงโครงสร้างหนี้" นั่นเอง

     เจ้าของรถหลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า สัญญาเช่าซื้อโดยทั่วไป จะอนุโลมให้ผู้เช่าซื้อชำระค่างวดล่าช้าได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน หากเกินกว่านั้น ไฟแนนซ์มีสิทธิ์ยึดรถของเราได้โดยชอบตามกฎหมาย หากใครกำลังหน้ามืดหาเงินมาจ่ายไม่ไหว อาจเลือกวิธีปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถไป แล้วถือว่าจบกัน เพราะคิดว่ายอมเสียรถไปเสียดีกว่าจะนั่งผ่อนต่อ แถมไม่ต้องจ่ายค่างวดที่ค้างไว้อีกด้วย

     แต่การปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่จะเข้ามาอีกสารพัด เนื่องจากไฟแนนซ์จะนำมาประกาศขายทอดตลาด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากจนน่าใจหาย แล้วมาหักลบกลบหนี้ที่ลูกหนี้ยังคงค้างไว้ (ซึ่งมักไม่พอทบหนี้ที่เหลือ) บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าขาดประโยชน์, ค่าติดตามทวงถาม, ค่าครอบครองรถขณะรอขายทอดตลาด เป็นต้น ทำให้ลูกหนี้กลับกลายเป็นมีหนี้อีกก้อนหนึ่งที่ต้องชำระให้กับไฟแนนซ์หลังจากถูกยึดรถ หากไม่ชำระก็จะถูกฟ้องร้องต่อไป

     อย่างไรก็ดี ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะมีมาตรการ "ปรับปรุงโครงสร้างหนี้" สำหรับผู้ที่ผ่อนรถไม่ไหว โดยจะเป็นการขยายระยะเวลาผ่อนชำระค่าเช่าซื้อออกไปอีก ซึ่งโดยมากจะเพิ่มได้สูงสุดอยู่ที่ 48 เดือน เมื่อรวมกับสัญญาเดิมจะต้องไม่เกิน 96 เดือน (เงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบันการเงิน) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ผ่อนชำระมาระยะหนึ่ง แล้วเกิดผ่อนต่อไม่ไหว การปรับปรุงโครงสร้างหนี้จะทำให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง แถมยังทำให้ไม่เกิดประวัติเสียกับเครดิตบูโรด้วย

     โดยเงื่อนไขของผู้ขอรับการปรับปรุงโครงสร้างนี้ จะต้องมีประวัติชำระมาแล้วระยะหนึ่ง (ส่วนมากกำหนดไว้ที่ 12 เดือน), มีการต่อภาษีรถยนต์เป็นประจำ, มีผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

     การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว จะช่วยให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนลดลง แลกกับดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็อาจเป็นประโยชน์สำหรับใครที่ชักหน้าไม่ถึงหลังได้

ที่มา www.sanook.com
6
General Talk / จอดรถกลางแดดต้องยกก้านปัดน้ำฝนหรือไม่?
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ เมษายน 29, 2019, 06:31:21 AM »
จอดรถกลางแดดต้องยกก้านปัดน้ำฝนหรือไม่?

 หลายคนมีความเชื่อว่าการจอดรถไว้กลางแดด ควรยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเพื่อยืดอายุการใช้งานของใบปัด วิธีนี้ควรทำจริงหรือไม่?

     ในความเป็นจริงนั้น แม้ว่ากระจกบังลมหน้าจะมีการสะสมความร้อนเอาไว้ หลายคนจึงใช้วิธียกก้านปัดขึ้นเพื่อไม่ให้ใบปัดสัมผัสความร้อนเหล่านั้น แต่ยางปัดน้ำฝนยังคงได้รับความร้อนและรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ ใบปัดน้ำฝนจึงมีการเสื่อมสภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 นอกจากนี้ การยกใบปัดน้ำฝนขึ้น จะทำให้สปริงในชุดก้านปัดน้ำฝนยืดตัวมากกว่าปกติ เมื่อใช้ไปนานๆ สปริงจะเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้แรงกดของก้านปัดน้ำฝนลงบนกระจกลดน้อยลง ผลที่ได้คือ ปัดไม่เกลี้ยง หรือมีอาการใบปัดกระโดด และต้องเสียค่าใช้จ่ายเปลี่ยนชุดก้านปัดน้ำฝนสูงกว่าการเปลี่ยนเฉพาะยางปัดมาก

     ดังนั้น ทางที่ดีควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าฤดูฝน แค่นี้ก็ถือเป็นการบำรุงรักษาที่เหมาะสม และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว

ที่มา www.sanook.com
7
Wheels Tires & Suspensions / Re: ขายโช๊คBilstein โช๊คRSR จานเบคร370mm ตรงรุ่น The beetle 2012+
« กระทู้ล่าสุด โดย Far เมื่อ เมษายน 22, 2019, 06:59:05 AM »
ล้อ 3sdm ขอบ 18 ตรงรุ่น The beettle 2012+

8
ชุดพาสรอบคัน Porsche ตรงรุ่น New beetle
9
ไฟหน้า Golf 3
10
รางเบาะ Recaro ตรงรุ่น New beetle
หน้า: [1] 2 3 ... 10