ผู้เขียน หัวข้อ: ไส้กรองน้ำมันเครื่องของแท้กับของเทียม มีผลต่อเครื่องยนต์ต่างกันหรือไม่?  (อ่าน 46 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Far

  • Antique Member
  • *****
  • กระทู้: 1304
  • คะแนนพิษสวาท +1/-0
ไส้กรองน้ำมันเครื่องของแท้กับของเทียม มีผลต่อเครื่องยนต์ต่างกันหรือไม่?

  ถึงเวลาตรวจเช็ก หรือครบระยะทางตามที่กำหนด รถทุกคันก็ต้องเข้าอู่ หรือเข้าศูนย์บริการ เพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายของเหลว รวมไปถึงตรวจเช็กสภาพรถ ว่ายังใช้งานได้ดี หรือมีตรงไหนที่เสื่อมสภาพ และต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่กันบ้าง

     การตรวจเช็กระยะ สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกเปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำมันเครื่องก็คือ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง นั่นเอง แต่บางคนอาจไม่ได้นึกถึง หรือไม่รู้ ไม่ใส่ใจ คิดแต่เพียงว่าใช้น้ำมันเครื่องเกรดดีๆ พรีเมี่ยมหน่อย ก็โอเคแล้ว

     สำหรับหน้าที่หลักของไส้กรองน้ำมันเครื่อง มันจะคอยดักฝุ่น กรองสิ่งสกปรกทั้งคราบเขม่า เศษผงเหล็กจากการสึกหรอ รวมไปถึงสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ที่ไหลเวียนมากับน้ำมันเครื่อง ฯลฯ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้ำมันเครื่องที่ใช้ มีความสะอาด ความหนืด มีคุณภาพ และประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเต็มที่

     ไส้กรองน้ำมันเครื่อง นอกจากจะมีของแท้จากศูนย์ฯ มันยังมีอีกตัวเลือกคือ ของเทียม ให้เลือกใช้กันอีกด้วย ซึ่งก็อย่างที่รู้กัน ของแท้มักจะมีราคาที่สูงกว่าของเทียม บางคนไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ หรืออาจจะอยากประหยัดงบ เลือกใช้ของเทียมราคาถูก เพราะคิดว่าคุณภาพคงไม่ต่างกันกับของแท้ อีกทั้งมันก็คือ ไส้กรอง เหมือนๆ กัน ประสิทธิภาพน่าจะใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันมีผลต่อเครื่องยนต์ต่างกันอย่างมาก

     ไส้กรองน้ำมันเครื่องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และของแท้-เทียม มีความแตกต่างกันอย่างไร ใช้แบบไหนดีกว่ากัน?

   1. กระดาษกรอง นับเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการกรองน้ำมันเครื่อง เพราะของแท้จะมีคุณภาพของกระดาษกรองที่หนากว่า และจำนวนทบของกระดาษก็มีจำนวนมากกว่าของเทียม ทำให้การกรองน้ำมันเครื่องมีความสะอาดมากกว่า แถมอายุการใช้งานก็อยู่ได้นานกว่าของเทียมอีกด้วย

   2. แผ่นไดอะแฟรม เป็นแผ่นยางกลมๆ มีสปริงกดไว้ โดยหน้าที่ของมันจะทำการกักเก็บน้ำมันเครื่องไว้ในตอนที่ดับเครื่องยนต์ ซึ่งการกักเก็บน้ำมันเครื่องตรงนี้เอาไว้ก็เพื่อนำมาใช้ใหม่ หลังจากที่คุณจอดรถทิ้งไว้แล้วกลับมาสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งในตอนเช้า หรือครั้งแรกของวันใหม่ ซึ่งน้ำมันตรงนี้จะไหลขึ้นไปหล่อลื่นยังจุดต่างๆ อย่างรวดเร็ว ช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ในตอนที่สตาร์ทติดใหม่ๆ แต่ส่วนใหญ่ของเทียมมักจะเก็บได้น้อย หรืออาจเก็บไม่ได้เลยก็มี

   3. บายพาสวาล์ว (Bypass Valve) หรือ เซฟตี้ วาล์ว (Safety Valve) ไส้กรองน้ำมันเครื่องไม่ว่าแท้ หรือเทียม ต้องมีเจ้าตัวนี้อยู่ เพราะมันมีหน้าที่ระบายน้ำมันเครื่องให้เข้าไปสู่จุดหล่อลื่นต่างๆ ในเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องผ่านไส้กรอง แต่มันจะทำงานก็ต่อเมื่อเกิดการอุดตันที่กระดาษกรอง ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์อาจพัง หรือเสียหายได้ หากไม่มีน้ำมันไปหล่อเลี้ยง และส่วนใหญ่ของเทียมมักจะมีปัญหามากกว่าของแท้ เช่น วาล์วแข็งทำให้น้ำมันเครื่องไม่พอไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ แต่ถ้าอ่อนเกินไป วาล์วจะเปิดเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้น้ำมันเครื่องไหลไปโดยที่ไม่ผ่านการกรอง และนี่จึงเป็นอีกเหตุผล ที่ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ พังไวกว่าปกติ

     สุดท้ายนี้ เพื่อการใช้งานให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด กรองน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 5,000 – 10,000 กม. ขึ้นอยู่กับน้ำมันเครื่องที่คุณเลือกใช้ (เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่ตามไปด้วย) และที่สำคัญ ควรใช้ไส้กรองน้ำมันเครื่องของแท้ดีกว่าการใช้ของเทียม เพราะถึงยังไงมันก็คุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ กรองได้ละเอียด แถมยังช่วยปกป้องได้มากกว่าอีกด้วย แต่ถ้าคุณยังอยากใช้ของเทียม เพราะอยากประหยัดงบก็ไม่เป็นไร แต่ต้องระวังให้ดี เพราะมันอาจขาดเนื่องจากวัสดุที่ใช้ผลิตไม่มีคุณภาพ หรือมันอาจกรองสิ่งสกปรกได้ไม่เต็มที่ หรืออาจจะกรองอะไรไม่ได้เลยก็เป็นไปได้

ที่มา www.sanook.com