ผู้เขียน หัวข้อ: มีรถต้องรู้จักดูแล! รวม 11 เคล็ดลับ DIY ในการดูแลรักษารถยนต์แบบง่ายๆ  (อ่าน 122 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Far

  • Antique Member
  • *****
  • กระทู้: 1304
  • คะแนนพิษสวาท +1/-0
มีรถต้องรู้จักดูแล! รวม 11 เคล็ดลับ DIY ในการดูแลรักษารถยนต์แบบง่ายๆ

รถยนต์ถือว่าเป็นปัจจัย 6 ของชีวิตสมัยนี้ก็ว่าได้ เราใช้ชีวิตเกิน 40 เปอร์เซ็นต์อยู่บนรถ แทบจะเรียกได้ว่ารถนั้นเป็นบ้านของเราอีกที่เลยก็ว่าได้ เป็นกำบังที่ช่วยให้เราฝ่าฝันกับสภาพอากาศที่แสนจะแปรปรวนของประเทศไทย อย่างอากาศร้อนนั่งในรถเย็นๆ ก็ช่วยลดความรุ่มร้อนในใจได้ส่วนหนึ่ง ฝนตกก็ไม่ต้องเปียกชื้น เท้าขาก็ไม่ต้องเปื้อนน้ำสกปรก แต่ก็นั้นแหละ ไหนไหนเราก็ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนรถกันอยู่แล้ว วันนี้จะเอาเคล็ดไม่ลับดีๆ ที่ช่วยให้ชีวิตดี้ดีอ่ะ มาฝาก

1. ทำรถให้หอม

     การกินขนมหรืออาหาร ระหว่างทางขณะเดินทาง เป็นเรื่องที่บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ ทำให้กลิ่นมักจะติดอยู่ในรถ หรือกลิ่นบุหรี่ที่มันติดซะคนนั่งข้างยังมองค้อนขวับ จัดการง่ายๆ ด้วย Dry Sheet ที่เอาไว้ปรับผ้านุ่มและลดแรงไฟฟ้าสถิตของผ้าที่มีขายทั่วไปนะเอามาแทนน้ำหอมปรับอากาศในรถได้ หรือถ้าคุณใช้เม็ดบีทเพิ่มกลิ่นหอมให้กับเสื้อผ้าอยู่แล้วให้เอาเม็ดบีทพวกนั้นใส่ถุงผ้าเอาไว้ห้อยในรถก็ช่วยทำให้รถหอมขึ้นได้ไม่แพ้น้ำหอมปรับอากาศเลย ถ้าคุณมีเจ้าพวกนี้อยู่ที่บ้านก็ลองเอามาใช้ดูแล้วกันนะ

2. ลบรอยขีดข่วนด้วยยาทาเล็บ

     ยาทาเล็บของคุณแฟน แม่ พี่สาวที่มีอยู่มากมายหลายสี บางทีก็เอามาก็เอามาลบรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่รถได้ พอให้เราไม่ต้องรำคาญตา เป็นการทัชอัพคอนซีลตามจุด เพียงแต่ว่าคุณต้องหาสีแมทกันกับสีรถของคุณให้มากที่สุด และอย่าเพิ่งใจร้อนรีบลงสีล่ะ ลองสีกับกระดาษหรือพลาสติกทึบเทียบกับซะก่อน ถ้ามั่นใจว่าสีใช่ถูกต้องแล้วค่อยลุย

3. หยุดรอยร้าวของกระจกด้วยยาทาเล็บสีใส

     สำหรับรอยร้าวเล็กๆ ที่กระจกหน้าจากการโดนลูกหินกระเด็นใส่ เราสามารถหยุดการร้าวไม่ให้ขยายต่อด้วยน้ำยาทาเล็บสีใสได้ชั่วคราว ในเวลาที่คุณไม่สามารถไปเปลี่ยนได้ในทันที แต่ถ้ารอยนั้นใหญ่และร้าวเพิ่มมาก ถ้าคุณมีเวลาก็ควรนำไปเปลี่ยน ภายใน 1 -2 อาทิตย์ เพราะยังไงซะความปลอดภัยของคุณก็สำคัญที่สุด

4. ซ่อมรอยบุบด้วยที่ดูด

     รอยบุบบนรถ ก็เหมือนรอยสิวบนหน้านั้นแหละ มีได้ก็หายได้ เราซ่อมเองก็ได้ รอยเล็กๆ เราอาจจะปิดรถกระแทกให้แรงสักนิดรอยก็หายไปแล้ว แต่ถ้ามันใหญ่กว่านั้นแล้ววิธีนี้ไม่ช่วยอะไรล่ะก็ ขอแนะนำว่าให้ไปหาซื้อที่ดูดส้วมมา อันละไม่กี่ตังหรอกถ้าเทียบกับค่าซ่อมรถและเวลาที่คุณต้องเสียไป จัดการกับรอยนั้นด้วยการใช้แรงดูดของที่ดูดส้วม เล็งรอยบุบให้ดี กดที่ดูดให้ตรงรอย กดลงไปเบาๆ แล้วดึงมันออกมารอยบุบก็จะหายไปในพริบตา โอ้ มายากลชัดๆ

5. ที่วางมือถือด้วยหนังยาง

     เจ้ายางรัดถุง หรือยางรัดผมนี้สามารถเอามาทำที่วางมือถือได้ ให้กรณีที่รถไม่มีที่วางมือถือมาให้ ไม่ต้องไปหาซื้อที่วางมือถือที่มีขายตามท้องตลาดให้เปลืองเงิน แค่เอายางรัดผม หรือหนังสติ๊กที่รัดถุงก็ได้ขอไซส์ใหญ่นิดนึงสำหรับสมาร์ทโฟนนะ เอามันไปเกี่ยวกับช่องแอร์เป็นตัวยู แค่นี้ความยืดหยุ่นของยางก็จะรัดโทรศัพท์มือถือของคุณไว้ได้แล้ว ใครโทรหา รับโทรศัพท์ หรือดู Google map ก็ง่ายขึ้นแล้ว

6. น้ำมันมะกอกเช็ดด้านในตัวรถ

     ปกติแล้วเวลาที่เราจะทำความสะอาดคอนโซลหน้ารถ เบาะ พวงมาลัย หรือรวมๆ ก็ภายในห้องเครื่องโดยสารทั้งหมด ถ้าอยากจะล้างรถเอง ก็ต้องไปซื้อน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะของแต่ละจุด มาทำความสะอาดส่วนต่างๆ ในตัวรถ น้ำยาแต่ละขวดก็ราคาหลักร้อย แถมเวลาที่ทำความสะอาดแล้วกลิ่นพวกสารเคมีพวกนี้ก็ทำเราเอือมเหมือนกันนะ ยิ่งถ้าแดดร้อนๆ กลิ่นนี้เล่นเอาปวดหัวไปเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องแล้วลืมมันไปให้หมด แค่ใช่กระดาษซับมันหรือทิชชู่แผ่นใหญ่หรือเศษผ้าสะอาดชุบน้ำมันมะกอกเล็กน้อย เช็ดไปเลยได้ทั้งรถ เว้นเบาะฟูกและเข็มขัดนิรภัยนะ น้ำมันจะช่วยให้ผ้าจับฝุ่นออกได้อย่างง่ายดายและบำรุงหนังไปในตัว แค่นี้เบาะหนัง แผงหน้ารถ พวงมาลัย แผงข้างรถก็จะสะอาด เงางาม แถมมีกลิ่นโอลีฟอ่อนๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย

7. ยาสีฟันกับไฟหน้ารถ

     คุณเคยได้ยินทริคเรื่องการทำความสะอาดเสื้อด้วยยาสีฟันรึป่าว แล้วรู้หรือไม่ว่าเราก็สามารถเอายาสีฟันมาทำความสะอาดไฟหน้ารถที่เหลืองและขุ่นมัวของเราให้ใสกริ๊งได้เหมือนกัน แค่บีบยาสีฟันใส่ไปที่ผ้าหรือแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วถูวนไป ขัดวนๆ ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด แค่นี้คุณก็จะได้ไฟหน้ารถที่สว่างเหมือนใหม่อีกครั้ง

8. ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ช่วยแกะสติ๊กเกอร์

     สติ๊กเกอร์เท่ๆ หรือน่ารักๆ ที่คุณ หรือลูกหลานเคยแอบเอามาติด หรือการทำStickerbombing(เอาสติกเกอร์มาติดทับกัน) ที่คุณเบื่อและต้องการจะเอาออก แต่มันช่างยากเหลือเกินที่จะเอาคราบสติ๊กเกอร์เหล่านั้นออก ให้คุณเอากระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำอุ่นๆ แปะทับลงไปที่สติ๊กเกอร์หรือรอยนั้น ทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วค่อยเอาออกจะช่วยให้ดึงคราบกาวออกได้ง่ายขึ้น

9. แก้วในรองเท้าผ้าใบ

     เราหลายคนอาจจะใช้รถเก่าของพ่อแม่ หรือเลือกซื้อรถมือสองมาใช้เป็นรถคันแรก เพื่อความประหยัดและไม่ต้องเสียใจมากถ้ารถจะขูดจะชนกระถางหรือเสาหน้าบ้าน แต่ก็นั้นแหละรถสมัยก่อนก็ไม่ได้มีที่วางแก้วเหมือนรถสมัยใหม่ ไม่ต้องห่วงไม่ต้องไปซื้อที่วางแก้วมา ให้ปวดประสาทกับการหาที่เกี่ยวกับช่องแอร์ รึอะไรทั้งสิ้น ให้ไปหารองเท้าผ้าใบที่ไม่ใช้แล้ว เอาไปซักให้สะอาดตากให้แห้ง แล้วเอามาใช้เป็นที่วางแก้วได้เลย เพราะพื้นรองของรองเท้านั้นยึดเกาะได้ดีกว่า แถมรูปทรงของรองเท้ายังช่วยไม่ให้แก้วโอนไปมาเวลาเข้าโค้งอีกด้วย (ข้อนี้ขอให้ใช้แค่เจ้าของรถนะ)

10. ถ้วยซิลิโคนทำขนมป้องกันขี้ฝุ่น

     ช่องวางแก้วน้ำบนรถไม่ได้ใส่แค่แก้วน้ำอย่างเดียว เราใส่ทั้งกุญแจ เหรียญ มือถือ กาแฟ ดินสอ โน่นนี้นั้นสารพัดสาระเพ หรือแม้ว่าเราไม่ได้ใส่อะไรลงไปในนั้นเลย แต่ฝุ่นเจ้ากรรมก็มากองกันข้างในนั้น ทำให้เจ้าของรถหงุดหงิดจะทำความสะอาดเอง บางทีมันก็ไม่สะอาดหมดจด มันก็ยังมีฝุ่นติดอยู่ในซอกมุม เดี่ยวก่อนเราจะไม่ต้องเผชิญกับอะไรอย่างนั้นอีกต่อไปแค่คุณมีนี้ ถ้วยซิลิโคนคัพเค้ก ไม่ผิดหรอก ใช้ถ้วยทำขนมซิลิโคลน แค่วางมันลงไปที่วางแก้วเอาที่มันขนาดพอดีกันนะ เจ้าถ้วยนี้จะช่วยให้คุณป้องกันฝุ่น เศษขนมไม่ให้ตกค้างอยู่ในช่องเก็บแก้วอีกต่อไป แถมเอาออกมาล้างทำความสะอาดง่ายมาก

11. จัดการกับขนของสัตว์เลี้ยงบนเบาะและพรม

     สำหรับคนที่รักน้องหมาและน้องแมวทั้งหลาย บางทีเราก็อยากจะพามันไปเที่ยวบ้าง ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะบ้าง หรือบางทีเราก็ต้องพามันไปหาสัตวแพทย์ในยามที่มันเจ็บป่วย หรือพามันไปฉัดวัคซีนใช่ไหม แล้วเมื่อกลับบ้านมาเจ้าขนของน้องหมาแมวก็ร่วงติดเบาะไปหมด จะให้เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ด เอาลูกกลิ้งหรือดูดฝุ่นเอาบางทีมันก็ลำบากเหลือเกิน ขอแนะนำว่าให้เอาไม้เช็ดกระจก เอาด้านยางเช็ดตัวยางหรือซิลิโคนที่ยางรูดปรื๊ด ตัวยางจะช่วยดูดและกวาดเอาขนเหล่านั้นออกได้อย่างง่ายดาย

     ในยุคที่ไม่ว่าทำอะไรก็แพงไปซะหมด การนำเคล็ดไม่ลับพวกนี้ไปใช้กับรถคันเก่งของคุณ น่าจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลาไปได้บ้างไม่มากก็น้อย ใครที่คิดว่าเคล็ดไม่ลับเหล่านี้มีประโยชน์กับคุณและคนที่คุณรักก็ช่วยเอาบทความนี้ไปแชร์ให้ด้วยนะ หรือจะเอาไปคุยกันเป็นสาระในวงเหล้าก็ได้ไม่ว่ากัน รับรองว่าจะทำให้พวกเขาว้าวคุณแน่นอน

ที่มา www.sanook.com